วัตถุประสงค์
บริษัท เอพพิค คอนซัลติ้ง จำกัด (“บริษัทฯ”) ตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล จึงได้ประกาศนโยบายฉบับนี้เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯมีการดำเนินการอย่างรับผิดชอบการ4 ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน รวมถึงหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานขององค์กรระหว่างประเทศ มาเป็นแนวปฏิบัติด้านการบริหาร จัดการด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวทั่วทั้งองค์กร ตลอดจนมีส่วนในการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดจนห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ
ขอบเขต
นโยบายแรงงานและสิทธิมนุษยชนนี้ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมของพนักงานและคู่ค้าทางธุรกิจ
แนวปฏิบัติ
1. แนวปฏิบัติด้านแรงงานบังคับ
บริษัทฯจะไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ และจะไม่เรียกร้องหรือรับเงินประกัน บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวใด ๆ จากลูกจ้าง ไม่ว่าเมื่อเข้าทำงานหรือเข้ารับทำงานแล้ว หรือเป็นเงื่อนไขในการเข้ารับทำงานเว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้ รวมทั้งไม่ใช้การลงโทษทางกายหรือการคุกคามจากการถูกกระทำรุนแรง หรือรูปแบบอื่น ๆ ของการข่มเหงทางกาย เพศ จิตใจ หรือทางวาจา เป็นมาตรการด้านระเบียบวินัยหรือการควบคุม
2. แนวปฏิบัติด้านการใช้แรงงานเด็ก
บริษัทฯจะไม่ว่าจ้างหรือสนับสนุนให้มีการว่าจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี และจะไม่ให้หรือสนับสนุนให้แรงงานเด็ก ทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและ ความปลอดภัย
3. แนวปฏิบัติด้านการใช้แรงงานหญิง
บริษัทฯจะไม่ให้ลูกจ้างหญิงทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งกลุ่มบริษัท จะจัดให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ต่อการมีครรภ์ รวมทั้งกลุ่มบริษัทจะไม่เลิกจ้าง ลดตำแหน่ง หรือลดสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างหญิงเพราะเหตุจากการมีครรภ์
4. แนวปฏิบัติการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บริษัทฯดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ทั้งของกลุ่มบริษัทและคู่ค้า ธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งในเรื่องสัญญาจ้าง ใบอนุญาตทำงานต่างด้าว ค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของคู่ค้าธุรกิจและกลุ่มบริษัทให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
5. แนวปฏิบัติการการแบ่งแยก หรือเลือกปฏิบัติ
บริษัทฯจะไม่กระทำการหรือสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่ายค่าจ้างและตอบแทนการทำงาน การให้สวัสดิการ โอกาสได้รับการฝึกอบรมและพัฒนา การพิจารณาเลื่อนขั้น หรือตำแหน่งหน้าที่ การเลิกจ้าง หรือการ เกษียณอายุการทำงานและจะไม่แทรกแซง ขัดขวาง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นผลกระทบต่อกิจกรรมการใช้สิทธิหรือ วิธีปฏิบัติของลูกจ้าง อันเนื่องมาจากเหตุเพราะความแตกต่างในเรื่องสัญชาติ ศาสนา ภาษา อายุ เพศ สถานภาพการสมรส ทัศนคติส่วนตัวในเรื่องเพศ ความพิการ การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน การเป็นกรรมการลูกจ้าง ความนิยมในพรรคการเมือง หรือแนวคิดส่วนบุคคลอื่นๆ
6. แนวปฏิบัติการด้านเสรีภาพในการสมาคมและการรวมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรอง
บริษัทฯจะเคารพสิทธิลูกจ้างและการให้เสรีภาพในการเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมสมาคม สหภาพ สหพันธ์ต่างๆ การ รวมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรอง และจะไม่ขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์แรงงานหรือขัดขวางการใช้สิทธิของลูกจ้างในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน รวมทั้งให้มีการอำนวยความสะดวก และจะปฏิบัติต่อตัวแทนนั้น เท่าเทียมกับลูกจ้างอื่น ๆ
7. แนวปฏิบัติการด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพชีวิตแรงงาน
บริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้พนักงานทุกคนของกลุ่มบริษัท ปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน ส่งเสริมสภาพการจ้างงานที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน รวมถึงดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนใส่ใจในมาตรฐานอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยในระดับสูง โดยทุ่มเทในการป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานใน ระหว่างการปฏิบัติงาน ภายใต้การคุ้มครองและการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรมบนพื้นฐานทางสังคม และตามบทบัญญัติ ของกฎหมายแรงงาน สวัสดิการแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ และความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และระเบียบวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องโดยจะมีการทบทวน พัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมอยู่เสมอ
8. แนวปฏิบัติการด้านความรับผิดชอบดูแลลูกจ้างเกี่ยวกับการถูกคุกคามและหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ
บริษัทฯส่งเสริมสภาพการทำงานที่ให้เกียรติกัน และมีมาตรการป้องกันมิให้ลูกจ้างของกลุ่มบริษัทถูกคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศโดยการแสดงออกด้วยคำพูด ท่าทาง การสัมผัสทางกาย หรือด้วยวิธีการอื่นใด รวมทั้งการใช้ความรุนแรงต่อสตรี หากลูกจ้างถูกคุกคามหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ บริษัทฯจะดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัย กับผู้ที่กระทำผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯอย่างเคร่งครัด
9. แนวปฏิบัติการด้านค่าตอบแทนการทำงาน
บริษัทฯจะจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานหรือค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และจะให้ลูกจ้างได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานที่ได้รับทั้งหมดในแต่ละงวดเป็นลายลักษณ์อักษร และสามารถเข้าใจรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆได้รวมถึงค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่แรงงานพึงได้รับตาม กฎหมายด้วย
10. แนวปฏิบัติการด้านชั่วโมงการทำงาน
บริษัทฯจะไม่ให้ลูกจ้างทำงานนานเกินกว่าที่กำหนด ทั้งนี้รวมถึงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด โดยมี การระบุเวลาการทำงานปกติ กำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานของพนักงานไว้อย่างชัดเจน โดย ระยะเวลาไม่เกินเวลาของแต่ละประเภทงานที่กฎหมายกำหนด การกำหนดให้มีเวลาพักระหว่างปฏิบัติงาน และเวลาพักรับประทานอาหาร การให้สิทธิพนักงานในวันลาต่างๆ วันพักร้อน และอื่นๆกับพนักงาน ตามที่กฎหมายกำหนด
11. แนวปฏิบัติการด้านการเลิกจ้างและการจ่ายค่าชดเชย
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ของนายจ้างและสิทธิของ ลูกจ้างกรณีเลิกจ้าง ทั้งนี้โดยอาศัยหลักการตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ได้กำหนดไว้ดังนี้คือ
11.1. บริษัทฯจะไม่ทำการเลิกจ้างพนักงานลูกจ้าง โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรที่เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือ พฤติกรรมของลูกจ้าง
11.2. ลูกจ้างจะได้รับการแจ้งให้ทราบก่อนการเลิกจ้างหรือได้รับเงินค่าชดเชยซึ่งถูกต้องตามกฎหมายแรงงานได้ กำหนดไว้ เว้นแต่ลูกจ้างจะกระทำความผิดร้ายแรง
12. แนวปฏิบัติการสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ ในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯสนับสนุนการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนกับคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงการไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การละเมิดและสร้างผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การประกอบธุรกิจของคู่ค้าทุกรายอยู่บนพื้นฐาน ของการเคารพสิทธิมนุษยชน จึงต้องปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบริษัทอย่าง เคร่งครัด โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
12.1. ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีจริยธรรม
12.2. ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสากลด้านสิทธิแรงงานอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองแรงงาน การไม่บังคับใช้แรงงาน และการกำหนดชั่วโมงการทำงานและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
12.3. เคารพในความเสมอภาคของบุคคลและหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติและการดำเนินการใดๆ ในการจ้างงานให้เกิด ความเหลื่อมล้ำทั้งในเรื่องอายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความทุพพลภาพ เพศสภาพ รสนิยมทางเพศ
12.4. การเป็นสมาชิกในสหภาพแรงงาน และความสนใจทางการเมือง
12.5. สนับสนุนสภาพการจ้างงานที่ดีให้แก่พนักงาน รวมถึงดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย
12.6. ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของคู่ค้าทุกราย สามารถควบคุมและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้บริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบคู่ค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินประสิทธิภาพด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น โดยวิธีการประเมินแบบฟอร์มการประเมินความเสี่ยงลูกค้า การลงพื้นที่สำรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และการแจ้งเบาะแสในช่องทางร้องเรียนของบริษัทฯ
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนนี้ เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่พนักงานทุกระดับจะต้องรับทราบและมีความเข้าใจ บริษัทฯจึงมีความมุ่งมั่นที่จะสื่อสารนโยบายฉบับนี้และเจตนารมณ์ของนโยบายไปยังพนักงานทุกคน คู่ค้าของบริษัทฯ ผ่านกระบวนการ ต่อไปนี้
- การปฐมนิเทศพนักงาน
- การสื่อสารผ่านผู้บริหารองค์กร
- การสื่อสารผ่านฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยผ่านช่องทางสารสนเทศ Intranet และ Website ของบริษัทฯ
- การสื่อสารผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าของบริษัทฯ
นโยบายและแนวปฏิบัตินี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป โดยมติของคณะกรรมการกำกับดูแล
ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567
(นายสุธรรม ทองใสพร) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอพพิค คอนซัลติ้ง จำกัด